Avian
Influenza in Human and Animal
|
บรรยายโดยนพ.สมชาย พีระปกรณ์
สำนักงานผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย
ได้ทบทวนความรู้เรื่องโรคไข้หวัดใหญ่
สรุปภาพรวมของสถานการณ์โรคไข้หวัดนก ตลอดจนพูดถึงแนวทางแก้ปัญหาทั้งในระดับหน่วยงานและประชาชนไว้ดังนี้
ความรู้เรื่องโรคและสถานการณ์
ไข้หวัดใหญ่ของคน (seasonal influenza) เป็นโรคติดต่อจากคนสู่คน
มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคได้ ต่างจากไข้หวัดนก (avian influenza)
ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันแต่มียาที่ใช้รักษาและป้องกันโรคได้
สำหรับไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ (pandemic influenza) เป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนที่ในอดีตเกิดมีขึ้นแล้วหลายครั้ง
(ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อพ.ศ. 2511) แต่ละครั้งทำให้ผู้คนป่วยและตายจำนวนมากทั่วโลก
สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่สังคมมนุษย์
เชื้อไข้หวัดนกเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ จำแนกเป็นชนิดย่อย
(subtype) ได้เกือบ 150 ชนิดย่อย เชื้อที่สามารถก่อโรคในคนได้มีหลายตัว
แต่เชื้อ A/H5N1 เป็นตัวสำคัญที่ก่อโรคในคนและสัตว์ปีกได้มากและรุนแรง
ทำให้คนตายไปแล้วนับถึง 26 กรกฎาคม 2549 จำนวน 134 คนใน 10
ประเทศ และยังแพร่ไปไม่หยุดยั้งในสัตว์ปีกที่ประเทศต่าง ๆ
ไม่น้อยกว่า 3 ทวีปในโลก เชื้อไข้หวัดนกขึ้นชื่อว่าเป็นเชื้อที่เปลี่ยนแปลงตนเองไปตลอดเวลาและคาดเดาไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด
(unstable และ unpredictable) จึงมีโอกาสปรับตัวจนกลายเป็นเชื้อชนิดใหม่
(pandemic strain) ที่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่
(pandemic influenza) ขึ้นได้
ปัญหาไข้หวัดนกจึงสรุปใจความสำคัญได้ 4 ประการดังต่อไปนี้
1. การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ จะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดและด้วยความรุนแรงขนาดไหน
2. ไข้หวัดนกและการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
(พูดถึงไข้หวัดนกต้องนึกถึงไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่)
3. เราต้อง ควบคุมไข้หวัดนกทั้งในคนและสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
ในขณะเดียวกับที่ต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่
4. ภารกิจในการควบคุมไข้หวัดนกและเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่นั้น
จะสำเร็จได้ถ้าทุกภาคส่วนของสังคมต่างมีบทบาทและร่วมมือกันไม่เพียงแต่ภายในประเทศ
แม้ความร่วมมือกันระหว่างประเทศก็เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้
จะรับมือกับภัยคุกคามจากไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่อย่างไร
องค์การอนามัยโลกมีหน้าที่ประสานงานกับนานาประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของไข้หวัดนกในคน
และเฝ้าติดตามภัยคุกคามจากการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่
ในสถานการณ์ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกถือหลักปฏิบัติสำคัญ 5
ประการดังนี้
1. ลดโอกาสที่คนจะสัมผัสเชื้อไข้หวัดนก
2. เพิ่มความเข้มข้นของระบบเตือนภัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ
3. เข้าสอบสวนและควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที
4. พัฒนาความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่
5. ประสานความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย เพื่อพัฒนาวัคซีนและวางแผนขยายศักยภาพในการผลิตและการกระจายวัคซีนให้รวดเร็ว
ทั่วถึงและเพียงพอ
ประชาชนต้อง รายงาน แยก ล้าง ปรุง
มีคำแนะนำที่จำง่ายสำหรับประชาชนทั่วไป คือ รายงาน, แยก,
ล้าง, ปรุง
1. รายงาน (การตายหรือป่วยที่ผิดปกติของสัตว์ปีก นกป่า หรือสัตว์อื่นและการป่วยของคนหลังจากสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย)
2. แยก (สัตว์ปีกฝูงใหม่จากฝูงเก่าไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์,
สัตว์ปีกจากนกป่า, สัตว์ปีกจากสัตว์อื่น, สัตว์ปีกจากที่อยุ่อาศัยของคน,
สัตว์ปีกจากเด็ก, และรู้จักวิธีการกำจัดซากสัตว์ปีกอย่างปลอดภัยโดยการฝังหรือเผา)
3. ล้าง (มือด้วยสบู่และน้ำโดยเฉพาะหลังสัมผัสสัตว์ปีกและก่อนและหลังประกอบอาหาร,
ทำความสะอาดเสื้อผ้า รองเท้า ยางรถยนต์ กรงสัตว์ปีกด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค)
4. ปรุง (อาหารจากสัตว์ปีกอย่างถูกสุขลักษณะทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมของดิบ
การปรุงให้สุกและการรับประทาน)
*******************************
<<back
|