การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย |
วิทยากร:
นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์
ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา
ผู้สรุป
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ
นายแพทย์ครรชิต ลิมปกาญนารัตน์
ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของไข้หวัดนก
ระบบการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยเป็นระบบ เฝ้าระวังโรคแบบตั้งรับ
ซึ่งจะเป็นการรายงานสถิติการเกิดโรคประจำสัปดาห์และประจำปี
ในปัจจุบันตั้งแต่พบการติดต่อไข้หวัดใหญ่จากสัตว์ปีกสู่คน
กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับระบบรายงานเป็นในเชิงรุก โดยมีการเข้าสอบสวนผู้ป่วยรายสงสัยในพื้นที่ร่วมกับการตายผิดปกติในสัตว์ปีก
โดยเริ่มใน 5 จังหวัด ที่มีการระบาดของสัตว์ปีก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
2546 และขยายความคลอบคลุมทั้งประเทศในเดือนมกราคม 2547 มีการเปลี่ยนแปลง
เพิ่มเติมคำจำกัดความของการเฝ้าระวังโรคในคน ระบบเฝ้าระวังที่ได้ดำเนินการหลังจากได้รับรายงานจะมีการสอบสวนเพื่อรวบรวมข้อมูลทางคลินิก
การสอบสวนภาคสนามและการเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อแยกว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นผู้ป่วยยืนยันผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอหรือบี
และคัดแยก นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเฝ้าระวังมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา พบผู้ป่วยยืนยัน 17 ราย เสียชีวิต 12
ราย ผู้ป่วยสงสัย 22 ราย เสียชีวิต 9 ราย สำหรับปัจจัยเรื่องผู้ป่วยยืนยัน
พบว่า ในจำนวน 17 ราย มีประวัติอาศัยในหมู่บ้านที่มีการตายของสัตว์ปีก
16 ราย (ไก่ 15 ราย เป็ด 1 ราย) และผู้ป่วย 1 ราย มีประวัติการสัมผัสกับผู้ป่วยโรคปอดบวมที่สงสัย
ผลกระทบนอกเหนือจากอัตราตายในผู้ป่วยที่สูงมากแล้ว ยังมีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ
ต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นอย่างมาก บทเรียนที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงระบบการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวข้างต้น
จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อข้อมูลการเฝ้าระวังโรคปอดบวมของประเทศไทย
ที่จากระบบเฝ้าระวังปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วยจำนวนประมาณ 120,000
รายต่อปี ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า
-
มีการรายงานผู้ป่วยไข้หวัดนกในคนเป็น 2 ระลอก ตั้งแต่เดือนมกราคม
2547 เป็นต้นมา โดยผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงจากการอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่พบการป่วยหรือตายของไก่ที่เลี้ยงไว้ในบ้าน
-
ไข้หวัดนกได้กลายเป็นโรคประจำท้องถิ่นของประเทศไทย
-
ควรมีการศึกษาต่อไปทางด้านระบาดวิทยา และห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยโรคปอดบวมที่มีอาการ
รุนแรงและเสียชีวิต ปอดบวมในบุคลากรทางการแพทย์ และปอดบวมที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย
ปอดบวมรายอื่น
-
ระบบการเฝ้าระวังที่ดี ช่วยลดอัตราป่วยและอัตราตายของผู้ป่วยลงได้
|