Animal
Influenza Surveillance System in Thailand |
วิทยากร: ดร.ฉันทนี
บูรณะไทย
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้สรุปคำบรรยาย: นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ
จากการศึกษาการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกของประเทศไทย
โดยกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 พบว่า มีการสุ่มตัวอย่างเพื่อการเฝ้าระวังสอดคล้องกับการกระจายตัวของประชากรสัตว์ปีกที่อาศัยอยู่ในประเทศ
และมีการเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ รวมถึงในระหว่างปี พ.ศ. 2540
ถึง 2546 ที่ผ่านมา พบว่า มีการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
เพื่อหาเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในสัตว์ปีกชนิดที่ก่อให้เกิดพยาธิสภาพรุนแรง
(HPAI: High Pathogenic Avian Influenza) โดยได้รับตัวอย่างจากการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกเชิงรับ,
การเฝ้าระวังเชิงรุกที่บริเวณหน้าโรงฆ่าสัตว์ และจากกรณีอื่น
ๆ พบว่า ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างจำนวน 394,654 ตัวอย่าง
ให้ผลลบต่อเชื้อ HPAI ทุกตัวอย่าง
การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกของประเทศไทย
โดยกรมปศุสัตว์ ได้มีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบในประเทศไทยออกเป็น
9 เขต ในลักษณะเครือข่ายการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ และมีห้องปฏิบัติการที่รับผิดชอบตรวจวิเคราะห์เชื้อ
HPAI รวมจำนวน 8 แห่ง ในส่วนกลางอยู่ที่ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
กรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาคอยู่ที่ห้องปฏิบัติการในจังหวัดลำปาง,
พิษณุโลก, ขอนแก่น, สุรินทร์, ชลบุรี, ราชบุรี, และนครศรีธรรมราช
การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกใน สัตว์ปีก ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.
2547 นั้น ประกอบด้วยการดำเนินงานในกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม
และมีเกณฑ์การดำเนินงานที่ชัดเจน หากพบความผิดปกติตามเกณฑ์ที่กำหนด
จะเข้าทำการควบคุมโรค โดยการทำลายสัตว์ปีกในฟาร์มต้องสงสัยหรือในชุมชนทันที
ทำการเฝ้าระวังต่อเนื่องในรัศมี 5 กิโลเมตร ด้วยการสุ่มตัวอย่างจากสัตว์ตามเกณฑ์ที่กำหนด
และควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกในรัศมี 5 กิโลเมตร เป็นระยะเวลา
21 วัน สำหรับกิจกรรมหลักทั้ง 4 กิจกรรม ได้แก่ การเฝ้าระวังทางคลินิกในสัตว์ปีกเชิงรุก
(Active Clinical Surveillance) มีเกณฑ์การดำเนินงานคือ
พบอัตราตายมากกว่าร้อยละ 10 ในระยะเวลา 1 วัน หรือพบสัตว์มีอาการและอาการแสดงของระบบทางเดินหายใจ
หรือระบบประสาท หรือระบบ ทางเดินอาหาร ร่วมกับพบอัตราตายมากร้อยละ
40 ในระยะเวลา 3 วัน, การเฝ้าระวังทางคลินิกในสัตว์ปีกเชิงรับ
(Passive Clinical Surveillance) มีเกณฑ์การดำเนินงานคือ
พบเชื้อ HPAI จากตัวอย่างที่ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ, การควบคุมการเคลื่อนย้าย
(Movement Control) มีเกณฑ์การดำเนินงานคือ ทำการสุ่มตัวอย่างตรวจก่อนทำการเคลื่อนย้ายสัตว์เป็นระยะเวลา
7 วัน หากพบเชื้อ HPAI จะเข้าทำการ ควบคุมโรคและการออกใบอนุญาตให้ทำการเคลื่อนย้ายหากตรวจไม่พบเชื้อ
กิจกรรมการตรวจติดตาม (Monitoring) เช่น
การตรวจติดตามในสัตว์ปีกที่มีช่วงชีวิตยาว (ไก่กระทง, ไก่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์,
ไก่ไข่, ไก่ชน) มีการสุ่มตัวอย่างตรวจทุก 60 วัน และออกหนังสือเดินทางให้ไก่ชน
สำหรับในช่วงที่รัฐบาลกำหนดนโยบายให้เอกซเรย์ทุกพื้นที่นั้น
ได้เพิ่มกิจกรรมหลักจากเดิมอีก 2 กิจกรรม ได้แก่ การเฝ้าระวังทางคลินิกในสัตว์เชิงรุกอย่างเข้มข้น
(Strengthen Active Clinical Surveillance) มีการกำหนดเกณฑ์การดำเนินงานเพิ่มเติม
เช่น การสำรวจสัตว์ปีกป่วยตาย การทำสำมะโนประชากรสัตว์ปีก
โครงการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดนกเชิงรุก (Active
Agent Surveillance Program) เช่น การเฝ้าระวังในเป็ดไล่ทุ่ง
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีก เช่น การเฝ้าระวังเพื่อหาเชื้อ
HPAI ในสัตว์สายพันธุ์อื่น เช่น สุกร, แมว, สุนัข มีการเฝ้าระวังและศึกษาเพิ่มเติมในระดับอณูชีววิทยา
(Molecular Epidemiology) โดยมี Molecular profile ที่ทำการศึกษาได้แก่
HA, NA, PB2, NS และ Matrix ผลการศึกษาพบว่า เชื้อไวรัส ที่พบมีลักษณะพันธุกรรมใกล้เคียงกับเชื้อที่พบในประเทศเวียดนามและกัมพูชา
แต่แตกต่างจากเชื้อที่พบในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ในปัจจุบัน
การดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในสัตว์ปีกมีการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายทั้งภายในประเทศ
เช่น กรมปศุสัตว์ กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย และภายนอกประเทศ
เช่น OIE, FAO, WHO, CDC มีการร่วมปฏิบัติงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านระบาดวิทยาและข้อมูลทางห้องปฏิบัติการ
การให้คำปรึกษาด้านวิชาการซึ่งกันและกัน การสนับสนุนการฝึกอบรม
รวมถึงการทำวิจัยร่วมกัน
|