CONCLUSIONS from the Second Meeting of
Influenza Foundation
(Thailand) March 10-11, 2005
|
โดย Dr. Mark Simmerman
โครงการโรคติดเชื้ออุบัติใหม่
ศูนย์ความร่วมมือไทย สหรัฐด้านสาธารณสุข
Influenza
disease burden
ไข้หวัดใหญ่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทย
ดังข้อมูลการคาดประมาณผู้ป่วยนอก 600,000 800,000 ราย
และต้องรับไว้เป็นผู้ป่วยในจากปอดบวม 10,000 50,000 ราย
ส่วนใหญ่เป็นในผู้ป่วยเด็กและผู้สูงอายุ ข้อมูลระบาดวิทยาชี้บ่งว่าพบผู้ป่วยส่วนมากในระหว่างเดือนมิถุนายน
กันยายน ของแต่ละปี และอาจคิดเป็นค่าใช้จ่ายในการให้การรักษาระหว่าง
993 ล้าน ถึง 2350 ล้านบาทในแต่ละปี
Vaccination
วัคซีนถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ
และน่าจะเป็นประโยชน์กับคนทุกกลุ่มอายุ จากข้อมูลการในหลายประเทศพบว่าอัตราการใช้วัคซีนไม่ได้ขึ้นกับฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศแต่อย่างใด
ในประเทศไทยยังมีอัตราการใช้วัคซีนที่ต่ำอยู่ และยังขาดคู่มือและข้อแนะนำในการใช้วัคซีนอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
โดยที่กระทรวงสาธารณสุขได้ให้การสนับสนุนว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญในนโยบายการควบคุมโรค
Human influenza
surveillance
กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายความคลอบคลุมของการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ในคน
ใน พ.ศ. 2548 ได้มีการนำการตรวจอย่างเร็ว มาใช้คัดกรองก่อนการเก็บตัวอย่างส่งตรวจยืนยัน
หลักการของระบบเฝ้าระวังตือ ต้องง่าย ยืดหยุ่น เป็นตัวแทนประชากร
ทันเวลา มีความไว และเป็นที่ยอมรับของแพทย์ที่ให้การรักษาผู้ป่วย
Avian H5
surveillance
เป็นที่ยอมรับแล้วว่า
H5N1 ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นในสัตว์ปีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มาตรการควบคุมโรคในสัตว์ปีกที่ใช้ได้แก่ มาตรการความปลอดภัยด้านชีวภาพ
การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และการกำจัดหากพบการติดเชื้อ
อาจมีการใช้วัคซีนในสัตว์จำเพาะกลุ่มเท่านั้น การให้สุขศึกษาเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่โรคจากสัตว์สู่คนมีความสำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังต้องการการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์และคน
Influenza
research
การศึกษาการใช้วิธีการตรวจอย่างเร็ว
สามารถนำมาใช้ในการหาภาระโรค ฤดูกาลการเกิดโรคและการวิจัยหาความคุ้มทุนจากมาตรการการป้องกันต่างๆ
ได้ การเฝ้าระวังและการศึกษาวิจัยในจังหวัดสระแก้วช่วยให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้นด้านภาระโรค
การศึกษาวิจัยต่อไปในเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการที่รุนแรงและการคาดประมาณอัตราตายจากไข้หวัดใหญ่
Pandemic
preparedness
กระทรวงสาธารณสุข
ประเทศไทย ได้มีความก้าวหน้าอย่างมากในปีที่ผ่านมา ด้านการเตรียมการป้องกันการระบาดใหญ่
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อสนับสนุนการเตรียมการดังกล่าว
รวมทั้งเตรียมการวิจัยพัฒนาวัคซีน ภายในปี พ.ศ. 2551 นอกจากนี้แผนเตรียมความพร้อมยังคลอบคลุม
การเตรียมสต๊อกยา เพื่อการตอบสนองอย่างทันท่วงทีในการควบคุมการระบาด
ณ.จุดเกิดการระบาดครั้งแรก