ลักษณะทางคลินิกของไข้หวัดใหญ่ |
วิทยากร:
นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีิ
โรคติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด
เอ หรือ บี ก่อความเจ็บป่วยในประชากรโลกทุกเพศ ทุกวัย ประมาณร้อยละ
10-20 เป็นประจำทุกปีและทำให้เสียชีวิตปีละ 250,000-500,000
คน โดยเฉพาะผู้ที่สูงอายุ
อาการและอาการแสดง ระยะฟักตัวประมาณ 1-3 วัน ติดต่อโดยละอองฝอย
(droplets) จากผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อาการและอาการแสดงจะมีไข้สูงเฉียบพลัน
ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ
ส่วนใหญ่อ่อนเพลียมากจนปฏิบัติภารกิจประจำวันไม่ได้และอาการต่างๆ
จะหายจนปกติภายในระยะเวลาประมาณ 7 วัน หากไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อน
สำหรับในเด็ก อาการและอาการแสดงขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย
โดยทั่วไปมักมีอาการทางเดินหายใจเป็นอาการนำ บางครั้งอาจเป็นไข้เพียงอย่างเดียวแต่บางครั้งในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า
2-3 ปี ไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการ sepsis-like หรือมาด้วยโรคทางเดินหายใจรุนแรง
เช่น croup, bronchiolitis, pneumonia หรืออาการชักจนถึงอาการสมองอักเสบ
มีข้อสังเกตว่าไข้หวัดใหญ่ชนิด B ในเด็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่า
เช่น ปวดกล้ามเนื้อน่องมากกว่า สัมพันธ์กับ Reye syndrome
แต่อย่างไรก็ตามสรุปว่าอาการไข้หวัดใหญ่จะหลากหลายมากและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างแยกจากโรคติดเชื้ออื่นๆ
ได้ยาก
การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปโรคไข้หวัดใหญ่มักเป็นการวินิจฉัยทางคลินิกโดยอาศัยอาการและอาการแสดงเป็นหลักซึ่งมีความไว
(ปริมาณร้อยละ 63-78) และความจำเพาะ (ปริมาณร้อยละ 55-71)
ค่อนข้างต่ำเนื่องจากมีส่วนคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นๆ อีกหลายโรค
ส่วนการวินิจฉัยอื่นๆ เพื่อยืนยันไข้หวัดใหญ่นั้นมักกระทำในกรณีเพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวังของเชื้อไข้หวัดใหญ่เท่านั้น
โดยการส่งสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจเพื่อการเพาะเชื้อไวรัสหรือการทำ
Specific RT-PCR ต่อ H1, H3 หรือบางรายต่อ H5 ในกรณีสงสัยซึ่งให้ความไวความจำเพาะที่ดีขึ้นมาก
ในบางครั้งทางด้านคลินิกมีความจำเป็นต้องตรวจชุดทดสอบชนิดเร็ว
(Rapid test) เพื่อประโยชน์ในการดูแล รักษาด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่
หรือเพื่อการแยกกักกันผู้ป่วยโดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก (H5) เพื่อป้องกันการระบาด
การรักษาทางด้านคลินิก โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่หายเองได้ในระยะเวลาประมาณ
7 วัน ดังนั้นการรักษาแบบประคับประคองมีความสำคัญทำให้ผู้ป่วยสบายขึ้นและลดอาการแทรกซ้อน
อย่างไรก็ตามปัจจุบันมียาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยควรให้ยานี้แก่ผู้ป่วยภายใน
48 ชั่วโมง หลังเริ่มป่วยจึงจะได้ผลในการลดอาการโรคลง 1-2
วัน แต่ข้อดีคือลดปริมาณการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ให้ผู้อื่นได้
ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่มี 2 กลุ่ม คือ M2 Protein Blocking
(amantadine, rimantadine) ซึ่งไม่ค่อยนิยมเพราะดื้อยาและผลข้างเคียงสูง
และกลุ่ม Neuraminidase inhibitors (zanamivir, oseltamivir)
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความนิยมมากกว่าเพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ดื้อยากลุ่มนี้ต่ำ
ผลข้างเคียงต่ำและสามารถรักษาทั้งไข้หวัดใหญ่ชนิดเอและบีได้
<<back
|