Vaccine
and Drug Stockpiles |
วิทยากร:
นายแพทย์ศิริศักดิ์ วรินทราวาท
ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค
การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ในเรื่องการจัดหาวัคซีนและยา
เป็นมาตรการสำคัญของประเทศที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มี
2 ประเภท คือ seasonal vaccine และ pandemic vaccine (อยู่ในระหว่างการพัฒนา)
วัตถุประสงค์ในการใช้ seasonal vaccine ประการแรก เพื่อลดโอกาสในการเกิด
reassortment กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ที่มีหน้าที่ทำลายสัตว์ปีก
บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด้านปศุสัตว์
เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ และทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว
ประการที่สอง เพื่อลดอัตราป่วยและอัตราตาย โดยกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับวัคซีน
ได้แก่ กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่ ( ผู้ที่มีอายุมากกว่า
65 ปี, ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง, ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง,
เด็กอายุ 6 ถึง 23 เดือน) และบุคคลที่สามารถแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ไปยังกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่
(บุคลากรด้านการแพทย์ และผู้สัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง)
สำหรับสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้นำมาเป็นองค์ประกอบในการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในฤดูกาลระบาดของปีต่างๆ
อาศัยข้อมูลการเฝ้าระวังแยกเชื้อไวรัส และวิเคราะห์ลักษณะของแอนติเจนของแต่ละสายพันธุ์
ที่ได้จากเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ 112 แห่งใน
83 ประเทศทั่วโลก รวมถึงศูนย์ความร่วมมือการตรวจยืนยันและการวิจัยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
4 แห่ง องค์การอนามัยโลกได้แนะนำสายพันธุ์ northern hemisphere
ซึ่งประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และสายพันธุ์ soutern
hemisphere ซึ่งประกาศในเดือนกันยายนของทุกปี หลังจากนั้นบริษัทผู้ผลิตวัคซีน
จะผลิตวัคซีนตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศ ซึ่งใช้เวลาประมาณ
6 เดือน
ในปี พ.ศ.
2547 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อรับมือกับปัญหาการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
จำนวน 120,000 โด็ส โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก
สำหรับในปี พ.ศ. 2548 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหาวัคซีนมาได้ประมาณ
400,000 โด็ส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและภาคเอกชน สำหรับการจัดเตรียมยาต้านไวรัสนั้น
ภายในปี พ.ศ. 2550 กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนที่จะสำรองยาไว้สำหรับผู้ป่วยประมาณ
300,000 ราย
<<back
|